No one is safe, until everyone is safe
Amnesty Shop Thailand

No one is safe, until everyone is safe

Regular price 300.00 ฿ 0.00 ฿ Unit price per

“ไม่มีใครปลอดภัย จนกว่าทุกคนจะปลอดภัย”

ขอเชิญชวนร่วมส่งหน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัย เครื่องวัดอุณหภูมิ และเจลแอลกอฮอล์ (ขนาดขั้นต่ำปริมาณ 5 ลิตร) หรือสมทบทุนร่วมจัดซื้ออุปกรณ์ดังกล่าวให้กับพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ “มานิ” จำนวน 12 กลุ่ม กว่า 500 คนในจังหวัดสตูล ตรังและพัทลุง และเรือนจำ 7 แห่งทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด ได้แก่ 1. เรือนจำกลางจังหวัดเชียงใหม่ 2. เรือนจำกลางจังหวัดกาฬสินธุ์ 3. ทัณฑสถานหญิงกลาง กรุงเทพมหานคร 4. เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร 5. ทัณฑสถานหญิงธนบุรี 6. เรือนจำจังหวัดธัญบุรี 7. เรือนจำกลางจังหวัดนราธิวาส

ที่อยู่จัดส่งอุปกรณ์ป้องกันโควิด-19 : แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย 139/21 ซอยลาดพร้าว 5 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

สมทบทุนซื้ออุปกรณ์: โอนเข้าบัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 047 2426 175 ชื่อบัญชี สมาคมแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย *ตามความสะดวก

ข้อมูลเพิ่มเติม: โทรศัพท์ 02 513 8754 อีเมล membership@amnesty.or.th
*เปิดรับจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 หรือจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดดีขึ้น หรือ “จนกว่าจะมีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาดูแลอย่างทั่วถึง”

กลุ่มชาติพันธุ์มานิ (MANI ETHNIC GROUP) ชนพื้นเมืองดั้งเดิมอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มย่อยประมาณ 20-30 คน ปัจจุบันมีถิ่นฐานอาศัยอยู่ในผืนป่าเทือกเขาบรรทัดในพื้นที่ของจังหวัดพัทลุง สตูล และตรัง มีวิถีชีวิตผูกพันอยู่กับป่ามาอย่างยาวนาน ไม่มีถิ่นที่อยู่เป็นหลักแหล่ง มีการอพยพโยกย้ายไปตามความสมบูรณ์ของแหล่งอาหาร ชาวมานิมีความหวาดระแวงและกลัว เพราะไม่รู้ว่าโควิดคืออะไร ขาดข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เนื่องจากไม่สามารถอ่านหรือเขียนภาษาไทยได้ และไม่มีหน่วยงานรัฐเข้ามาดูแล ให้การรักษาพยาบาลและการฉีดวัคซีน รวมทั้งไม่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์ป้องกันตัวจากโรคระบาดและมาตรการชดเชยเยียวยาเนื่องจากเป็นบุคคลไร้สัญชาติ ตกหล่นในการรับสัญชาติไทย ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน

เรือนจำ หนึ่งในคลัสเตอร์ใหญ่ เนื่องจากเป็นพื้นที่แออัด จึงไม่เอื้อให้เกิดการรักษาระยะห่าง ทั้งยังมีปัญหาเรื่องระบบสุขภาวะและสวัสดิการการดูแลสุขภาพ ข้อมูลจากกรมราชทัณฑ์ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-22 มิ.ย. 64 มีผู้ติดเชื้อสะสมโควิด-19 สะสมในเรือนจำและทัณฑสถานจากทั่วประเทศกว่า 35,449 รายและผู้ต้องขังเสียชีวิตรวมแล้ว 33 คน